เนื้อเรื่องย่อ

ฉินซีฮ่องเต้

Advertisements
เนื้อเรื่องย่อ

มหาปิรามิดที่กิซา   :  สิ่งก่อสร้างที่ผู้สร้างท้าทายวิศวกรปัจจุบัน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พีระมิดกีซ่า

ภาพมหาพีระมิดกีซ่า   http://www.govivigo.com/ideas/4

      มหาปิรามิดในอียิปต์ ณ เมืองกิซา ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นอนุสสรณสถานนิรันดร์และสมศักดิ์ศรีต่อกษัตริย์คูฟู หรือในภาษากรีกเรียกพระนามว่า คีออปส์ หนึ่งในบรรดาผู้ปกครองที่มีอำนาจสูงสุดพระองค์หนึ่งของโลกโบราณที่เรารู้จัก มีปิรามิดตั้งเรียงรายไปตามฝั่งแม่น้ำไนล์ประมาณ 40 องค์ แต่ไม่มีปิรามิดองค์ใดสามารถเปรียบได้กับมหาปิรามิดซึ่งสูงกว่า 450 ฟุต และครอบคลุมพื้นที่ 13 เอเคอร์ได้

 

 

      การตัดหินที่แม่นตรงเฉียบขาดนำมาใช้ในการสร้างปิรามิดจำนวน 2,300,000 ก้อน แต่ละก้อนมีช่วงน้ำหนักตั้งแต่ 1 – 15 ตัน นักสำรวจของนโปเลียนคำนวนว่า หินจำนวนดังกล่าวเพียงพอในการสร้างกำแพงสูง 3 หลา กว้าง 1 หลา ได้รอบประเทศฝรั่งเศส ฐานปิรามิดเป็นจตุรัสสมบูรณ์ ทั้ง 4 ด้านหันหน้าตรงตามทิศทั้ง 4 ตามเข็มทิศ มุมแต่ละมุมได้ฉากที่สมบูรณ์ อ่านเพิ่มเติม

มหาพีระมิดกีซา

เนื้อเรื่องย่อ

19029651_698560563664476_5209280761407436066_n

 ประวัติการศึกษา

  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย  ลพบุรี
  • ระดับปริญญาตรี การสอนสังคมศึกษา (ศษ.บ.) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

อ่านเพิ่มเติม

ข้อมูลผู้จัดทำ

เนื้อเรื่องย่อ

มหากำแพงเมืองจีน

รองศาสตราจารย์สมประสงค์ แปล เรียบเรียง

เอกสารประกอบการสอนรายวิชา อารยธรรมโลก ปีการศึกษา 2551 ภาคปลาย

จินตนาการถึงกำแพงใหญ่ทอดตัวยาวข้ามดินแดนเป็นระยะหลายพันไมล์ กำแพงคดเคี้ยวไปตามเนินเขา เทือกเขาชัน และข้ามทะเลทราย ถ้าท่านได้ไปเยือนจีนและได้เห็นกำแพงเข่นนี้แล้วละก็ มหากำแพงแห่งจีน ดังที่ทราบกันดีว่า เป็นโครงสร้างการก่อสร้างยาวที่สุดที่เคยสร้างมา

มหากำแพงเมืองจีนคดเคี้ยวข้ามส่วนต่าง ๆ ของจีนตอนเหนือ  การสร้างขึ้นมาทีละส่วนมากกว่าศตวรรษ ในข้อเท็จจริง มีช่องว่างระหว่างแต่ละส่วน ดังนั้น มหากำแพงจึงไม่ใช่เป็นกำแพงทึบเดียวกัน แต่ถ้าวัดทุกส่วนทั้งหมดแล้ว กำแพงยาวประมาณ 4,000 ไมล์ (6,400 กิโลเมตร)

สาเหตุการสร้างมหากำแพง

เมื่อครั้งสมัยโบราณ ขาวจีนได้สร้างกำแพงเพื่อป้องกันพรมแดนของตน บางกำแพงสร้างขึ้นระกว่างส่วนต่าง ๆ ของจีนซึ่งได้ต่อสู้ทำสงครามต่อกันและกัน กำแพงอื่นป้องกันจีนจากผู้รุกรานภายนอก อ่านเพิ่มเติม

กำแพงเมืองจีน

เนื้อเรื่องย่อ

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอารยธรรม

  1. สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์

1.1 ปัจจัยทางภูมิประเทศ

– ที่ตั้งตามละติจูด ละติจูดที่เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐานและเกิดเป็นเมืองที่มีความเจริญนั้นจะอยู่ระหว่างละติจูด 60 องศาเหนือ ถึงละติจูด 60 องศาใต้ เป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ราบมักมีการตั้งถิ่นฐานอย่างหนาแน่น ความสูงต่ำที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่างความสูงประมาณ 3 ไมล์ (4,800 เมตร) จนถึงระดับต่ำจากน้ำทะเลถึง 200 – 300 ฟุต

– ความลาดชันของพื้นที่ ได้แก่ บริเวณหุบเขา มักไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย แต่หากเป็นเส้นทางติดต่อกับเขตอื่นได้ มนุษย์จึงจะเลือกมาตั้งถิ่นฐาน

– ชนิดของดิน ที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมและที่ราบดินตะกอนที่น้ำพัดพามามีผลต่อการตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวของประชากรอย่างมากในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

– ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จะทำให้มีการดึงดูดให้มีการตั้งถิ่นฐานด้วย เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ และแร่ธาตุ เป็นต้น

– แหล่งน้ำ ชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ จะมีโอกาสใช้น้ำในการบริโภค เพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ จึงดึงดูดให้คนจากแหล่งต่างๆให้เข้ามาพำนักอาศัย และสามารถขยายเป็นเมืองได้ นอกจากนี้ชุมชนที่อยู่ริมน้ำยังสามารถใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางติดต่อกับโลกภายนอก เพื่อค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้อีกด้วย ทำให้เกิดพัฒนาความเจริญในด้านต่างๆ เช่น ระบบการค้า การปกครอง การก่อสร้าง เป็นต้น

1.2 ปัจจัยทางภูมิอากาศ

ลักษณะอากาศที่เหมาะสม ไม่ร้อนจัดและไม่หนาวจัดจนเกินไป ก็ส่งเสริมให้มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น เช่นเดียวกับพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ จะดึงดูดให้คนมาตั้งถิ่นฐาน กระทั่งชุมชนนั้นขยายตัวเป็นเมือง อ่านเพิ่มเติม

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอารยธรรม

เนื้อเรื่องย่อ

การที่เราจะรู้ว่าที่ใดเป็นอารยธรรมหรือไม่ เราต้องดูจากองค์ประกอบของอารยธรรมหรือตัวชี้วัดความเป็นอารยธรรม ซึ่งมีดังนี้

ตัวชี้วัดของความเป็นอารยธรรม

   ขั้นปฐมภูมิ

1. การตั้งถิ่นฐานในเมือง

2. แรงงานผู้ชำนาญทำงานเต็มเวลา

3. การผลิตเกินความต้องการ

4. โครงสร้างชนชั้น

5. การจัดระเบียบเป็นรัฐ

     ขั้นทุติยภูมิ 

6. งานก่อสร้างสาธารณะถาวรเป็นอนุสรณ์สถานได้

7. การค้าทางไกล

8. งานศิลปะเป็นอนุสรณ์สถานเป็นมาตรฐาน

9. การเขียนอักษร

10. คณิตศาสตร์ เรขาคณิต และดาราศาสตร์

Untitled

                  ลักษณะขั้นปฐมภูมิคือความมุ่งหมายของการจัดระเบียบ ขั้นทุติยภูมิคือลักษณะของวัฒนธรรมวัตถุ ซึ่งสามารถศึกษาได้ในซากวัตถุทางโบราณคดี และหมายถึงการคงอยู่ของลักษณะขั้นปฐมภูมิบางประการหรือทั้งหมด สำหรับกรณีอาคารสาธารณะที่เป็นอนุสรณ์สถานได้ ปกติบ่งชี้ถึงการปกครองโดยอำนาจส่วนกลาง และยังแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์พยานส่วนหนึ่งสำหรับสังคมรัฐ

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นอารยธรรม

เนื้อเรื่องย่อ

ความหมายของอารยธรรม (Civilization)

            1. อารยธรรม ในภาษาไทยเป็นคำภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า “อารย” กับ “ธรรม ” โดย อารยะ แปลว่า เจริญ และ ธรรม แปลว่า สิ่ง ทรงไว้ ดังนั้น อารยธรรมจึงหมายถึง สิ่งที่เจริญ

          อารยธรรม ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานประจำปี พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายคือ ความสงบสุขของสังคมที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งศีลธรรม และกฎหมาย ; ความเจริญเนื่องด้วยองค์การของสังคม เช่น การเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรม ความเจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดี

       2. อารยธรรม ในภาษาอังกฤษคือคำว่า civilization มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับคำ civil และ civilized ซึ่งมาจากภาษาละตินว่า civis หมายถึง พลเมือง (citizen) เมื่อเราแยกคำว่า civil หมายถึง เมือง และ -ization ซึ่งมีความหมายโดยนัยบอกว่าเป็น กระบวนการทำให้เป็น…  ดังนั้น civilization จึงมีความหมายว่า กระบวนการทำให้เป็นเมือง

          กล่าวโดยสรุปอารยธรรม หมายถึง สังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าแบบสังคมเมือง เป็นสังคมที่ความเจริญรุ่งเรือง มีโครงสร้างของสังคมที่เป็นระบบ สมาชิกมีความสามารถและความชำนาญพิเศษในการคิดประดิษฐ์ และพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ หรือสังคมที่มีความเจริญด้านวัฒนธรรมในลักษณะของสังคมเมืองนั่นเอง

ความหมายของอารยธรรม

เนื้อเรื่องย่อ

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่ออารยธรรมอินเดียหรืออารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

เป็นแหล่งอารยธรรมเริ่มแรกของอินเดีย อยู่บริเวณดินแดนภาคตะวันตกของอินเดีย (ปากีสถานในปัจจุบัน) ที่แม่น้ำสินธุไหลผ่าน อาณาเขตลุ่มแม่น้ำสินธุครอบคลุมบริเวณกว้างกว่าลุ่มแม่น้ำไนล์แห่งอิยิปต์ โดยทุกๆปีกระแสน้ำได้ไหลท่วมท้นฝั่งทำให้ดินแดนลุ่มน้ำสินธุอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำกสิกรรม นักประวัติศาสตร์บางคนเรียกอารยธรรมในดินแดนนี้ว่า วัฒนธรรมฮารัปปา (Harappa Culture) ซึ่งเป็นชื่อเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำสินธุเมื่อประมาณ 3,500 – 1,000 ปี ก่อนพุทธศักราช

 

         39

            จากภูมิประเทศของอินเดียที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีเทือกเขาหิมาลัยกั้นอยู่ทางตอนเหนือ มีเทือกเขาฮินดูกูชอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ทางด้านตะวันตกติดกับทะเลอาหรับ ส่วนทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดียไปจนถึงอ่าวเบงกอล ดังนั้น ผู้ที่เดินทางบกเข้ามายังบริเวณนี้ในสมัยโบราณต้องผ่านช่องเขาทางด้านตะวันตกที่เรียกว่า ช่องเขาไคเบอร์ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเข้าสู่อินเดียในสมัยโบราณ ช่องเขานี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อินเดียตลอดมา เพราะเส้นทางนี้เป็นทางผ่านของกองทัพของผู้รุกรานและพ่อค้าจากเอเชียกลาง อัฟกานิสถานเข้าสู่อินเดีย เพราะเดินทางได้สะดวก อ่านเพิ่มเติม

อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ